ReadyPlanet.com
dot dot


การเรียนการสอน article
วันที่ 12/09/2010   21:17:06

 

 
กิจกรรมการเรียนการสอน
        การจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย จะเน้นการจัดกิจกรรมในรูปของกิจกรรมบูรณาการโดยผ่านการเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสังเกต ศึกษาสำรวจ 
ค้นคว้า ทดลอง เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นตามมุมประสบการณ์ เล่นเครื่องเล่นสัมผัสต่าง ๆ   เป็นต้น   การให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงและเกิดการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5
จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีพัฒนาการครบทุกด้านอย่างสมดุล ซึ่งได้แก่ พัฒนาการด้าน
ร่างกาย  อารมณ์ / จิตใจ  สังคมและสติปัญญา
 
 
กิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้เด็กในแต่ละวันได้แก่
1.กิจกรรมเสรี  เช่น  เล่นตามมุม  เกมต่าง ๆ
2.กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น วาดภาพตามจินตนาการ พิมพ์ภาพ   ปั้นดินน้ำมัน 
  วาดภาพ  เป่าสี  ฉีกปะ  ประดิษฐ์จากเศษวัสดุ  ขูดสี
3.กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ   เช่น เคลื่อนไหวพื้นฐาน   เคลื่อนไหวประกอบเพลง  
  เคลื่อนไหวตามจินตนาการ เคลื่อนไหวตามบทบาทสมมติ   ฯลฯ
4.กิจกรรมเสริมประสบการณ์  เช่น  เล่านิทาน  ทัศนศึกษานอกสถานที่  
  การสาธิต การสนทนาทดลองปฏิบัติ   การเล่นบทบาทสมมติ ท่องคำคล้องจอง เล่นเกม   ฯลฯ
5.กิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ เล่นน้ำ เล่นทราย 
  การละเล่นของไทย ฯลฯ
6.กิจกรรมเกมการศึกษา เช่น จับคู่ภาพเหมือน โดมิโน จิ๊กซอ  ภาพตัดต่อ
 
 
  
1. กิจกรรมเสรี  เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นอิสระตามมุมประสบการณ์หรือศูนย์การเรียนที่จัดไว้ในห้องเรียน เด็กมีโอกาสเลือกเล่นได้อย่างเสรี ตามความสนใจและความต้องการของเด็ก ทั้งเป็นรายบุคคลและกลุ่มย่อย
 
จุดประสงค์
      1.ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อใหญ่   กล้ามเนื้อเล็ก และการประสาน
        สัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
                2.   ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษา
                3.   ส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน
                4.   ส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
                5.   ส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการสำรวจ การสังเกตและ
                      การทดลอง 
                6.   ส่งเสริมให้เด็กรู้จักปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักรอคอย   เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
                      และให้อภัย
                7.   ส่งเสริมให้มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
                8.   ส่งเสริมการคิดแก้ปัญหา การคิดอย่างมีเหตุมีผล   เหมาะสมกับวัย
                9.   ส่งเสริมให้เด็กรู้จักคิด   วางแผน และตัดสินใจในการทำกิจกรรม
                10. ส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนครู และสิ่งแวดล้อม
 
2. กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการ อย่างอิสระ ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่จะเน้นเกี่ยวกับกิจกรรมทางด้านศิลปะ เช่น การวาดภาพระบายสี   การพิมพ์ภาพจากเศษวัสดุ การพับกระดาษ การปั้นแป้ง การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุ    การฉีกปะกระดาษ   การสร้างภาพจากรูปทรงที่กำหนด    เป็นต้น
 
จุดประสงค์
1.       ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
2.       ให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ผ่อนคลายความเครียด
3.       ส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมือและพัฒนาประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
4.       ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา
5.       ฝึกทักษะการสังเกต การคิดและการแก้ปัญหา
6.       ส่งเสริมการแสดงออก และมีความมั่นใจในตนเอง
7.       ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
8.       ส่งเสริมการปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
9.     ส่งเสริมคุณธรรมในด้านความอดทน การรอคอย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   ความรับผิดชอบและความมีวินัยในตนเอง
 
 
 
3.   กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามอิสระหรือข้อตกลงตามจังหวะ   โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อื่น ๆ มาประกอบการเคลื่อนไหว   เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้จังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้
 
จุดประสงค์
1.       พัฒนาอวัยวะทุกส่วนให้มีความสัมพันธ์ในขณะเคลื่อนไหว
2.       เกิดความสนุกสนาน ผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ
3.       ฝึกให้เกิดทักษะในการฟังดนตรีหรือจังหวะต่าง ๆ
4.       พัฒนาภาษา ฝึกฟังคำสั่ง ข้อตกลงและปฏิบัติตามได้
5.       ฝึกความจำและเสริมสร้างประสบการณ์
6.       พัฒนาด้านสังคม การปรับตัวและความร่วมมือในกลุ่ม
7.       ส่งเสริมการกล้าแสดงออก   ความเชื่อมั่นในตนเองและความคิดริเริ่มสร้าง
      สรรค์
8.       ฝึกการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี
 
 
 
4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์   เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กเกิดทักษะในการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการฟัง พูด สังเกต คิด เปรียบเทียบ จากการลงมือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น การศึกษาสำรวจ ค้นคว้าทดลอง สาธิต การเล่าประสบการณ์ การเล่นบทบาทสมมุติ ร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง หรือการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ ตลอดจนการศึกษานอกสถานที่   เป็นต้น
 
จุดประสงค์
                1. ส่งเสริมการใช้ภาษาในการฟัง   พูด และการถ่ายทอดเรื่องราว
                2. กล้าแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
                3. ฝึกมารยาทในการฟัง พูด
                4. รู้จักแสวงหาความรู้   เกิดการเรียนรู้จากการค้นพบด้วยตนเอง
                5. ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะพื้นฐาน
                6. ปลูกฝังให้มีคุณธรรม   จริยธรรม
                7. รู้จักปรับตัวในการเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น
 
 
5. กิจกรรมกลางแจ้ง   เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้มีโอกาสออกไปทำกิจกรรมนอกห้องเรียนเพื่อให้เกิดการผ่อนคลายร่างกายจากการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก    กิจกรรมกลางแจ้ง ที่ครูควรจัดให้เด็กได้เล่น เช่น การเล่นเครื่องเล่นสนาม    การเล่นน้ำ   เล่นทราย  การเล่นเกมการละเล่นต่าง ๆ เป็นต้น
 
จุดประสงค์
                1. พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่    กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ของอวัยวะ
                    ต่าง ๆ
                2. ส่งเสริมให้มีร่างกายแข็งแรง   สุขภาพดี
                3. ส่งเสริมให้เกิดความสนุกสนาน   ผ่อนคลายความเครียด
                4. รู้จักปรับตัว   เล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น
                5. เรียนรู้การระวังรักษาความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น
                6. รู้จักการตัดสินใจ รักษาความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น
                7. ส่งเสริมให้มีความอยากรู้อยากเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อมรอบตัว
                8. พัฒนาทักษะการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น การสังเกต การเปรียบเทียบ การ
                    จำแนก   ฯลฯ
 
 
 
 
 
6. เกมการศึกษา   เป็นเกมการเล่นที่ช่วยพัฒนาสติปัญญามีกฎเกณฑ์กติกาง่าย ๆ   เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มได้   ช่วยให้เด็กรู้จักสังเกต คิดหาเหตุผล และเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ สี   รูปร่าง จำนวน ประเภทและความสัมพันธ์เกี่ยวกับพื้นที่   ระยะ เกมการศึกษา ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก วัย 3 – 6 ปี เช่น เกมจับคู่ แยกประเภท จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับโดมิโน ลอตโต ภาพตัดต่อ ต่อตามแบบ ฯลฯ
 
จุดประสงค์
1.       ส่งเสริมการสังเกต จำแนก และเปรียบเทียบ
2.       ส่งเสริมการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
3.       ส่งเสริมการคิดหาเหตุผล และตัดสินใจแก้ปัญหา
4.       ช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนรู้
5.       ปลูกฝังให้มีคุณธรรมต่าง ๆ เช่น ความรับผิดชอบความมีระเบียบ วินัย ความเอื้อเฟื้อ ความซื่อสัตย์   ฯลฯ
 
 
การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้
                ในการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น โรงเรียนส่งเสริมให้ครูได้จัดบรรยากาศในการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เลือกทำกิจกรรมตามความสนใจ และเป็นการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความสนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียด จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่หลากหลายและได้ลงมือปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ  ด้วยตนเองอย่างเหมาะสมและเพียงพอ ทั้งกิจกรรมภายในและภายนอกห้องเรียน และเพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน   ครูควรได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการวางแผนและการจัดเตรียมสื่อ  /  อุปกรณ์ ตามความเหมาะสม ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแต่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความกล้าที่จะแสดงออก และเกิดความอยากที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง  ๆ ในจุดนี้
 
 
 
การประเมินพัฒนาการการเรียนรู้
                การประเมินพัฒนาการเด็กระดับก่อนประถมศึกษาเป็นกระบวนการต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติตามตารางกิจกรรมประจำวัน      และครอบคลุมพัฒนาการของเด็กทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ  ด้านสังคม    และด้านสติปัญญา เพื่อนำผลมาใช้ในการจัดกิจกรรม หรือประสบการณ์ พัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ครูซึ่งเป็นผู้ที่จะทำหน้าที่ประเมินพัฒนาการเด็ก   จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจพัฒนาการเด็กวัย 3 – 6 ปีอย่างดี และต้องเข้าใจโครงสร้างของการประเมินอย่างละเอียดว่าจะประเมินเมื่อไรและอย่างไร ต้องมีความสามารถในการเลือกเครื่องมือ และวิธีการที่จะใช้ได้อย่างถูกต้อง จึงจะทำให้ผลของการประเมินนั้นเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ การประเมินพัฒนาการอาจทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายต่อการปฏิบัติและนิยมใช้กันมาก คือ การสังเกต ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่องและบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างสม่ำเสมอ อาจกล่าวได้ว่าครูหรือผู้เกี่ยวข้องกับเด็กต้องคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
 
 
 
 
การจัดสื่อและแหล่งการเรียนรู้
 
สื่อ
                                สื่อการเรียนการสอน เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้จากครูสู่เด็ก ให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจ และช่วยพัฒนาทักษะและประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสื่อการเรียนรู้ที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น ควรเป็นสื่อที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้เป็นอย่างดี และควรเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และเหมาะสมกับวัยของเด็ก   สื่อการเรียนการสอนที่ใช้ประกอบการเรียนรู้ของเด็ก จะมีทั้งสื่อที่เป็นของจริง และของจำลอง ที่สะท้อนทักษะชีวิตและเสริมประสบการณ์ให้กับเด็ก และเป็นสื่อที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้ง   4 ด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
แหล่งเรียนรู้
                ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ครบทุกด้านได้เต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี นอกจากสื่อการเรียนการสอนที่ถูกใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนของนักเรียนแล้ว สิ่งสำคัญประการหนึ่งก็คือแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
 
                1. แหล่งเรียนรู้ภายในบริเวณโรงเรียน ทางโรงเรียนได้ปรับปรุงพัฒนาและจัดสภาพแวดล้อมภายในบริเวณโรงเรียนให้มีบรรยากาศที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเพียงพอ โดยยึดแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดและจัดสภาพแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิตแบบไทย ๆ ให้แก่เด็กได้อย่างเหมาะสม ได้แก่ ห้องสมุด    แปลงผักปลอดสารพิษ สวนไม้ผล สวนกล้วย   สวนสมุนไพร    สวนหย่อม   บ่อเลี้ยงปลา ตู้เลี้ยงปลา โรงเรือนเพาะเห็ด     ลานเพาะชำกล้าไม้
 
                2. แหล่งเรียนรู้ภายนอกบริเวณโรงเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่หลากหลายในชุมชน ซึ่งมีทั้งสถานที่ราชการและหน่วยงานเอกชน เช่น  วัด
 
                3. แหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือปราชญ์ชาวบ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เน้นผู้ปกครองหรือบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน หรือสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น ตำรวจ    ทหาร   แพทย์ พยาบาล ครู ช่างต่าง ๆ หรือมีความรู้เกี่ยวกับการประดิษฐ์ การทำน้ำสมุนไพร การทำไข่เค็ม   เป็นต้น ซึ่งโรงเรียนได้ให้ความสำคัญในการนำเอาผู้ปกครองหรือผู้ที่มีความรู้ความสามารถในชุมชนมาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เด็ก   ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาแก่เด็กอีกทางหนึ่งด้วย



การเรียนการสอน




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนอนุบาลชุติมาตั้งอยู่เลขที่ 308 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร รับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ขวบ 6 เดือน ถึง 6 ปี ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2374-6215 - 6